Skip to content
Home » กษัตริย์ที่ถูกสัญญาเอาไว้: มาในสัญญาณของเลข ‘เจ็ด’

กษัตริย์ที่ถูกสัญญาเอาไว้: มาในสัญญาณของเลข ‘เจ็ด’

เลข ‘เจ็ด’ สร้างความเคารพนับถือและความอัศจรรย์อันลึกลับในวัฒนธรรมและประเทศต่างๆ มาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชีย ประเพณีทางพุทธศาสนากล่าวว่าพระพุทธเจ้าสิทธัตถะหลังจากบรรลุการตรัสรู้ที่ต้นโพธิ์แล้ว พระองค์ใช้เวลาเจ็ดสัปดาห์ในเจ็ดสถานที่เพื่อพิจารณาประสบการณ์การตรัสรู้ของพระองค์ เทศกาลชีซี (七夕) ซึ่งจัดขึ้นในวันที่เจ็ดของเดือนที่เจ็ด ซึ่งประเพณีนี้มีย้อนกลับไปอย่างน้อย2,600 ปี คัมภีร์บทกวีหรือThe Classic of Poetry (詩) แก้ไขโดยขงจื๊อ และได้อ้างอิงถึงเทศกาลชีซี เทศกาลชีซีจึงได้แพร่กระจายไปทั่วเอเชียตะวันออก และมีการเฉลิมฉลองในวันทานาบาตะ (たなばた) ในญี่ปุ่น เทศกาลชิลซ็อก (칠석) ในเกาหลี และ เทิ้ตถิก (Thất Tịch) ในเวียดนาม ซึ่งเทศกาลเหล่านี้มีการเฉลิมฉลองในวันที่เจ็ดของเดือนที่เจ็ดตามที่กล่าวไว้ก็เรียกเช่นกันเทศกาล Double SeventhหรือNight of Sevens 

เลข’เจ็ด’ ในเทศกาลชีซี

แม้ว่าเรื่องราวเบื้องหลังเทศกาลชีซีจะแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ แต่โครงเรื่องหลักยังคงสอดคล้องกัน เทพธิดาสาวช่างทอผ้า จือนุหวี่ (Zhinü 織女) ตกหลุมรักกับหนุ่มเลี้ยงวัวชื่อ หนิวหลาง (Niulang 牛郎) แต่จักรพรรดิหยกกลับพาเทพธิดาสาวกลับสวรรค์ นั้นทำให้ทั้งเธอพลัดพรากคนรักและหัวใจสลาย อย่างไรก็ตาม วัวของหนิวหลางบอกให้หนิวหลางฆ่าและเอาหนังของมันขี่ขึ้นไปบนสวรรค์ จักรพรรดิหยกแยกคู่รักทั้งสองออกจากดวงดาว โดยวางทางช้างเผือกไว้ระหว่างพวกเขา แต่นกกางเขนที่ตระหนักถึงความรักที่จริงใจของพวกเขาได้สร้างสะพานให้คู่รักในวันที่เจ็ดเดือนที่เจ็ดเพื่อให้คู่รักได้พบกันทุกปีเฉพาะในวันนี้เท่านั้นเพื่อคืนความรักให้แก่กัน ชาวเอเชียเฉลิมฉลองวันที่เจ็ดของเดือนที่เจ็ดเป็นวันแห่งความรัก ซึ่งคล้ายกับวันวาเลนไทน์ในตะวันตก 

ภาพของจือนุหวี่ และ หนิวหลางบนสะพานนกกางเขน
shizhao 拍摄,画者不明, โดเมนสาธารณะ, ผ่าน Wikimedia Commons

เลข’เจ็ด’ ที่ลึกลับในพระคัมภีร์ภาษาฮีบรู

ความสัมพันธ์ของเลขเจ็ดกับความรักและการต่ออายุยังแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนในงานเขียนของผู้เผยพระวจนะชาวฮีบรู พวกเขาเขียนคำปริศนาในเชิงพยากรณ์ที่ห่อด้วย ‘sevens’ ปริศนานี้จะเข้าใจได้เมื่อสำเร็จลุล่วงในประวัติศาสตร์อีกหลายร้อยปีต่อมาใเท่านั้น ปริศนานี้สรุปการไถ่ความรักจากพระเจ้าผู้สร้างที่มีต่อเราทุกคน และยังคงดำเนินอยู่จนถึงทุกวันนี้

ผู้เผยพระวจนะชาวฮีบรูหลักในไทม์ไลน์ประวัติศาสตร์

เราเห็นไปแล้วว่านักเขียนชาวฮีบรูโบราณเหล่านี้มักถูกแยกจากกันเป็นเวลาหลายร้อยปี ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถประสานคำพยากรณ์ระหว่างกันอย่างที่มนุษย์ทำได้ แต่คำพยากรณ์ของพวกเขาได้พัฒนาประเด็นสำคัญเกี่ยวกับกษัตริย์ที่จะเสด็จมา ( = พระคริสต์ ) อิสยาห์ได้ทำนายสัญลักษณ์ของกิ่งไม้จากตอ จากนั้นเศคาริยาห์ได้พยากรณ์ว่ากิ่งก้านสาขานี้จะมีชื่อว่าเยซูเมื่อ 500 ปีก่อนที่พระเยซูจะมีชีวิตอยู่

ผู้เผยพระวจนะดาเนียลและSevens

ตอนนี้เรามาพูดถึงผู้เผยพระวจนะดาเนียล เขาอาศัยอยู่ในช่วงการเนรเทศในบาบิโลน เขาเป็นเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจในรัฐบาลบาบิโลนและเปอร์เซีย – เช่นเดียวกับผู้เผยพระวจนะ ไทม์ไลน์ด้านล่างไฮไลท์เมื่อดาเนียลมีชีวิตอยู่ในประวัติศาสตร์

ผู้เผยพระวจนะดาเนียลและเนหะมีย์แสดงในไทม์ไลน์กับผู้เผยพระวจนะคนอื่น ๆ ในพระคัมภีร์

ในหนังสือของเขา ผู้เผยพระวจนะดาเนียลได้รับข้อความที่พระเจ้าผู้สร้างส่งมา เขาเล่าให้ฟังว่า:

24 เวลาที่ถูกกำหนดไว้ให้ประชาชนและเมืองอันบริสุทธิ์ของท่าน เพื่อยุติการล่วงละเมิดและหยุดทำบาป เพื่อชดใช้ความชั่ว เพื่อให้เกิดความชอบธรรมอันเป็นนิรันดร์ เพื่อผนึกภาพนิมิตและคำพยากรณ์ด้วยตราประทับ และเพื่อเจิมบริเวณที่บริสุทธิ์ที่สุดนั้น เป็นระยะเวลา 70 สัปดาห์ 25 ฉะนั้น จงทราบและเข้าใจว่า นับจากระยะเวลาที่ออกคำสั่งเพื่อฟื้นฟูและสร้างเยรูซาเล็มขึ้นใหม่ จนกระทั่งถึงการมาของผู้ได้รับการเจิม คือองค์ราชา จะเป็นเวลานาน 7 สัปดาห์และ 62 สัปดาห์ เยรูซาเล็มจะถูกสร้างขึ้นใหม่อีก มีทั้งถนนและคูเมือง แต่จะเป็นช่วงเวลาแห่งความทุกข์ยาก 26 หลังจาก 62 สัปดาห์ ผู้ได้รับการเจิมจะถูกกำจัดไป และจะไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย ประชาชนของผู้นำที่จะมาก็จะทำลายเมืองและสถานที่บริสุทธิ์ จุดจบจะมาพร้อมกับน้ำท่วม จะเกิดสงครามจนถึงจุดจบ ความหายนะถูกกำหนดไว้แล้ว

ดาเนียล 9:24-26

นี่คือคำทำนายการเสด็จมาของ‘ผู้ได้รับการเจิม’ (= พระคริสต์ = กษัตริย์ ) พระเจ้าผู้ทรงสร้างได้ทรงกำหนดเวลาไว้ว่าพระองค์จะเสด็จมาเมื่อใด ตารางเวลาใช้รอบเจ็ด คำทำนายกล่าวว่าการนับถอยหลังจะเริ่มต้นด้วย ‘การออกกฤษฎีกาเพื่อฟื้นฟูและสร้างกรุงเยรูซาเล็ม’ พระเจ้าประทานคำพยากรณ์นี้แก่ดาเนียลในราวปี 537 ก่อนคริสตศักราช แต่ดาเนียลไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อดูการเริ่มต้นของการนับถอยหลังนี้

การออกพระราชกฤษฎีกาเพื่อฟื้นฟูและสร้างกรุงเยรูซาเล็มขึ้นใหม่

แท้จริงแล้วเขาคือเนหะมีย์ ผู้ซึ่งมีชีวิตอยู่เกือบหนึ่งร้อยปีหลังจากดาเนียล และผู้ซึ่งเห็นการเริ่มต้นของการนับถอยหลังนี้ เขาเป็นผู้ถือถ้วยของจักรพรรดิอาร์ทาเซอร์ซีสแห่งเปอร์เซียและด้วยเหตุนี้จึงอยู่ในอิหร่านในปัจจุบัน สังเกตว่าเขาอาศัยอยู่ในช่วงไหนของไทม์ไลน์ด้านบน เขาบอกเราในหนังสือของเขาว่า:

ภาพวาดของศาสดาเนหะมีย์จิตรกร
ไอคอนชาวรัสเซียสาธารณสมบัติผ่าน Wikimedia Commons

ในเดือนนิสาน ปีที่ยี่สิบแห่งการครองราชย์ของกษัตริย์อาร์ทาเซอร์ซีส เมื่อเป็นเวลาถวายเหล้าองุ่น ข้าพเจ้าก็รับเหล้าองุ่นมาถวายกษัตริย์ ข้าพเจ้าไม่เคยเศร้าโศกต่อหน้าท่านมาก่อน กษัตริย์กล่าวกับข้าพเจ้าว่า “ทำไมเจ้าจึงหน้าเศร้า ในเมื่อเจ้าก็ไม่ได้เจ็บป่วย นี่คงไม่ใช่อะไรอื่น แต่เป็นความทุกข์ใจ” ข้าพเจ้าตอบกษัตริย์ว่า “ขอให้กษัตริย์มีชีวิตยิ่งยืนนานเถิด หน้าข้าพเจ้าจะไม่เศร้าได้อย่างไร ในเมื่อเมืองซึ่งเป็นที่ฝังศพของบรรพบุรุษของข้าพเจ้า เหลือแต่ซากปรักหักพัง และประตูเมืองก็ถูกไฟไหม้เสียหาย” กษัตริย์จึงกล่าวกับข้าพเจ้าว่า “เจ้าต้องการขอสิ่งใด” ดังนั้นข้าพเจ้าจึงอธิษฐานต่อพระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์ และข้าพเจ้าตอบกษัตริย์ว่า “ถ้าหากว่าเป็นที่พอใจของกษัตริย์ และถ้าผู้รับใช้ของท่านเป็นที่พอใจของท่าน ขอท่านโปรดให้ข้าพเจ้าไปยังยูดาห์ เมืองซึ่งเป็นที่ฝังศพของบรรพบุรุษของข้าพเจ้าเถิด เพื่อข้าพเจ้าจะสร้างเมืองขึ้นใหม่” ราชินีนั่งข้างกษัตริย์ และกษัตริย์กล่าวกับข้าพเจ้าว่า “เจ้าจะไปนานแค่ไหน เมื่อไหร่เจ้าจะกลับมา” เมื่อข้าพเจ้ากำหนดวันเวลา กษัตริย์ก็พอใจที่ให้ข้าพเจ้าไป ข้าพเจ้าตอบกษัตริย์ว่า “ถ้ากษัตริย์จะโปรด กรุณาให้ข้าพเจ้าถือจดหมายไปยังผู้ว่าราชการของแคว้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำยูเฟรติส เพื่อพวกเขาจะอนุญาตให้ข้าพเจ้าเดินทางผ่านไปจนถึงยูดาห์ และจดหมายถึงอาสาฟผู้รักษาป่าไม้ของกษัตริย์ เพื่อเขาจะได้มอบไม้ทำคานค้ำประตูป้อมปราการที่ข้างพระวิหาร และก่อกำแพงเมือง และก่อสร้างบ้านที่ข้าพเจ้าจะได้อาศัยอยู่” กษัตริย์ก็ประทานสิ่งที่ข้าพเจ้าขอ ด้วยว่ามืออันประเสริฐของพระเจ้าของข้าพเจ้าสถิตกับข้าพเจ้า

ข้าพเจ้าไปหาบรรดาผู้ว่าราชการแคว้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำยูเฟรติส และยื่นจดหมายของกษัตริย์ให้แก่พวกเขา กษัตริย์ได้ให้พวกกองทัพทหารและทหารม้าไปกับข้าพเจ้าด้วย 10 แต่เมื่อสันบาลลัทชาวโฮโรน และโทบียาห์เจ้าหน้าที่ชาวอัมโมน ทราบเรื่องนี้ จึงไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง ที่มีคนเข้ามาสนใจทุกข์สุขของชาวอิสราเอล

11 ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงไปยังเยรูซาเล็ม และอยู่ที่นั่น 3 วัน 12 ข้าพเจ้ากับชายอีกสองสามคนที่มาด้วยก็เริ่มปฏิบัติงานในเวลากลางคืน ข้าพเจ้าไม่ได้บอกผู้ใดว่า พระเจ้าของข้าพเจ้าดลใจข้าพเจ้าให้ทำอะไรเพื่อเยรูซาเล็ม ข้าพเจ้าไม่ได้นำสัตว์อื่นไปด้วย ยกเว้นสัตว์ตัวที่ข้าพเจ้าขี่ไป

เนหะมีย์ 2:1-8, 11-12

สิ่งนี้บันทึกถึง “การออกกฤษฎีกาเพื่อฟื้นฟูและสร้างกรุงเยรูซาเล็มขึ้นใหม่” ที่ดาเนียลได้พยากรณ์ว่าสักวันหนึ่งจะมาถึง เกิดขึ้นในปีที่ 20 ของจักรพรรดิอาร์ทาเซอร์ซีสแห่งเปอร์เซีย นักประวัติศาสตร์ยอมรับว่าพระองค์เริ่มครองราชย์ในปี 465 ก่อนคริสตศักราช ดังนั้นปีที่ 20 ของพระองค์จึงมีพระราชกฤษฎีกานี้ในปี 444 ก่อนคริสตศักราช พระเจ้าให้สัญญาณแก่ดาเนียลในการเริ่มนับถอยหลัง เกือบหนึ่งร้อยปีต่อมา จักรพรรดิเปอร์เซียไม่ทราบเกี่ยวกับคำพยากรณ์ของดาเนียลจึงได้ออกกฤษฎีกานี้ อาร์ทาเซอร์ซีส จักรพรรดิแห่งเปอร์เซียเริ่มนับถอยหลังที่คำพยากรณ์กล่าวว่าจะนำผู้ถูกเจิมมา

เลขเจ็ดที่ลึกลับ

ปริศนาที่ดาเนียลให้ไว้ระบุว่าจะต้องใช้ “เลขเจ็ด ‘เจ็ด’ ตัวและ เลขหกสิบสอง ‘เจ็ด’ตัว” ก่อนการเปิดเผยผู้ถูกเจิม

แล้ว ‘เซเว่น’ หรือเจ็ดคืออะไร? 

ในงานเขียนของโมเสส เขาได้กำหนดวัฏจักรของเจ็ดปี ทุก ๆ ปีที่ 7 ที่ดินจะต้องพักจากการเกษตรเพื่อให้ดินสามารถเติมสารอาหารได้ดังนั้น ‘เซเว่น’ จึงเป็นวัฏจักร 7 ปี ด้วยเหตุนี้ เราจึงเห็นว่าตั้งแต่เริ่มต้น เวลาจะนับเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือ ‘เจ็ดเจ็ด’ หรือระยะเวลา 7 ปีเจ็ดครั้ง นี่ (7*7=49 ปี) คือเวลาที่ใช้ในการสร้างกรุงเยรูซาเล็มขึ้นใหม่หลังจากพระราชกฤษฎีกาเริ่มต้นโดยจักรพรรดิเปอร์เซีย ตามด้วยหกสิบสอง ‘เจ็ด’ครั้ง ดังนั้นการนับถอยหลังทั้งหมดคือ 7*7+62*7 = 483 ปี กล่าวอีกนัยหนึ่ง ตั้งแต่เริ่มต้นจะมีเวลา 483 ปีจนกระทั่งมีการเปิดเผยของผู้ถูกเจิม

ปีที่มี 360 วัน

เราต้องทำการปรับปฏิทินกันเล็กน้อย เช่นเดียวกับหลายประเทศในสมัยโบราณ ผู้เผยพระวจนะใช้ปีที่มี 360 วัน มีหลายวิธีในการคำนวณความยาวของ ‘ปี’ สำหรับปฏิทิน ปฏิทินที่ดาเนียลใช้คือปฏิทินอียิปต์ทั่วไปซึ่งมี 360 วันต่อปี ดังนั้น 483 ปี ‘360 วัน’ คือ 483*360/365.24 = 476 ปีสุริยคติของปฏิทินสากลที่ใช้ในปัจจุบัน

การมาถึงของกษัตริย์ผู้ทำนายปี

ตอนนี้เราสามารถคำนวณได้ว่ากษัตริย์จะเสด็จมาเมื่อใด จากยุค ‘ก่อนคริสตศักราช’ สู่ยุค ‘คริสต์ศักราช’ จะมีเวลาเพียง 1 ปีจาก 1 ปีก่อนคริสตศักราช – 1 ค.ศ. (ไม่มีปีที่ ‘ศูนย์’) ตอนนี้ตารางได้สรุปการคำนวณ

เริ่มต้นปี444 ก่อนคริสตศักราช (ปีที่ 20 แห่งอาร์ทาเซอร์ซีส)
ระยะเวลา476 ปีสุริยคติ
การมาถึงที่คาดว่าจะมาถึงในปฏิทินสากล(-444 + 476 + 1) (‘+1’ เนื่องจากไม่มี 0 CE) = 33
ปีที่คาดเดาไว้ค.ศ. 33
การคำนวณผู้ถูกเจิมที่คาดว่าจะมาตามคำทำนายของดาเนียลทั้งเจ็ด

พระเยซูแห่งนาซาเร็ธเสด็จมายังกรุงเยรูซาเล็ม โดยทรงขี่ลาในงานฉลอง วันปาล์มซันเดย์ที่เป็นที่รู้จัก วันนั้นพระองค์ทรงประกาศพระองค์เองและเสด็จขึ้นครองกรุงเยรูซาเล็มในฐานะกษัตริย์ของพวกเขา ปีนั้นคือ ค.ศ. 33

พระเจ้าผู้สร้างประสานงานระหว่างผู้เผยพระวจนะดาเนียลและเนหะมีย์ แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ห่างกันเป็นร้อยปี แต่พวกเขาก็ประกาศและเริ่มนับถอยหลังที่จะเปิดเผยราชา ประมาณ 570 ปีหลังจากดาเนียลได้รับข่าวสาร พระเยซูเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มในฐานะกษัตริย์ตามกำหนดการของดาเนียล นอกจากเศคาริยาห์ทำนายพระนามพระเยซูแล้ว ผู้เผยพระวจนะเหล่านี้ยังได้พัฒนากลุ่มคำทำนายที่น่าทึ่งจริงๆ พระเจ้าได้เขียนสิ่งเหล่านี้ไว้เป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้านานแล้ว เพื่อให้ทุกคนได้มีโอกาสเห็นรอยนิ้วมือของพระเจ้าบนหลักฐาน

พระคริสต์: กำลังจะโดน… ‘ตัดขาด’

ตอนนี้ให้สังเกตบางสิ่งที่ไม่เหมือนใครในปริศนานี้เกี่ยวกับกษัตริย์ที่จะเสด็จมา ดาเนียลได้ทำนายไว้หลังจากที่เขามาถึงและหลังรอบเจ็ดคนว่า:

26 …ผู้ได้รับการเจิมจะถูกกำจัดไป และจะไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย ประชาชนของผู้นำที่จะมาก็จะทำลายเมืองและสถานที่บริสุทธิ์ จุดจบจะมาพร้อมกับน้ำท่วม จะเกิดสงครามจนถึงจุดจบ ความหายนะถูกกำหนดไว้แล้ว

ดาเนียล 9:26

คำเหล่านี้กล่าวอย่างชัดเจนว่าผู้ที่ถูกเจิมจะถูก ‘ ประหารชีวิตและจะไม่มีอะไรเลย ‘ จากนั้นคนต่างชาติจะทำลายวิหาร (วิหารของชาวยิว) และเมือง (เยรูซาเล็ม) ทำให้สถานที่นั้นรกร้าง ตรวจสอบประวัติศาสตร์ของชาวยิว  เพื่อดูว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นจริง สี่สิบปีหลังจากการตรึงกางเขนของพระเยซู ชาวโรมันจุดไฟเผาพระวิหาร ส่งผลให้กรุงเยรูซาเล็มถูกทำลายและชาวยิวกระจัดกระจายไปทั่วโลกด้วยการเนรเทศอย่างกว้างขวาง หลังจากที่พวกเขาถูกเนรเทศ ดินแดนก็รกร้าง เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อพระเยซูเสด็จมา และในปีค.ศ. 70 ตรงกับคำพยากรณ์ของดาเนียลในปี 537 ก่อนคริสตศักราช โมเสสยังได้ทำนายภัยพิบัตินี้ไว้ในคำสาปของเขาเมื่อ 1,500 ปีก่อน

หนิงหลาง คนเลี้ยงวัวต้องเสียสละวัวของเขาเพื่อให้ได้ความรักของเทพธิดาช่างทอผ้า กลับมาในเทศกาลDouble Seventh Festival ในทำนองเดียวกันผู้ถูกเจิมที่กำลังจะมาก็จะต้องเสียสละเช่นกัน เขาเต็มใจทำเพื่อที่เขาจะได้ความรักกลับคืนมา ซึ่งคัมภีร์ไบเบิลเปรียบเสมือนเจ้าสาวของเขา รายละเอียดของการเสียสละนี้ก็ได้รับการพยากรณ์เช่นกัน ซึ่งเราจะดูที่นี่

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *